The Happening

The Happening

The Happening (2008) เดอะ แฮปเพนนิ่ง วิบัติการณ์สยองโลก

The Happening เป็นหนังประเภทสยองกินบรรยากาศ เปิดมาด้วย Opening Title และดนตรีกดประสาท ก่อนจะเข้าเรื่องทันที ซึ่งหนังยาวเพียง 91 นาทีเท่านั้น เรื่องเดินไปข้างหน้าตลอด ทิ้งปมให้คนดูสงสัย ว่าจะเกิดจากอะไรได้บ้าง พร้อมทั้งลุ้นว่าพระเอกจะรอดไหม และบทสรุปจะเป็นอย่างไร

เป็นภาพยนตร์เรื่องต่อจาก Lady in the Water ของ เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จเลยทั้งในด้านรายได้และเสียงวิจารณ์ จนมีชื่อเข้าชิงรางวัลราสเบอรี่ทองคำหรือรางวัลภาพยนตร์ยอดแย่แห่งปีถึงหลายรางวัล

The Happening

โครงเรื่อง The Happening

M. Night Shyamalan ผู้กำกับชื่อดัง ถือว่าโชคดีที่ได้เกิดระดับก้องโลกจากงานสยองอย่าง The Sixth Sense แต่ก็เหมือนสร้างกับดักให้ตัวเอง โดยเฉพาะการหักมุมช็อคโลก ที่ทำให้ผู้ชมพากันคาดหวังว่าหนังของเขาต้องใหม่ สด แปลกไปทุกเรื่อง ทีนี้พอเรื่องต่อมามันไม่ได้หักมุมให้อึ้งมากมายหรือมีเนื้อหาธรรมดาๆ คนก็เลยพากันสับจนเป็นบะช่อ นึกๆ ไปก็สงสารพี่มาโนชอยู่เหมือนกัน ที่ต้องถูกคาดหวังแบบนี้ตลอด

หนังมาโนช (มาโนช = M. Night Shyamalan) นี่เด่นมาก เรื่องการสร้างโทนแล้วก็บรรยากาศที่ชวนผวา แต่ที่ชอบไปกว่านั้นคือ สิ่งที่เขาพยายามสื่อของในหนังแต่ละเรื่อง สังเกตว่าทุกเรื่องเขาจะมีธีมที่อยากบอกคนดูเสมอ อย่าง Unbreakable ก็เอาเรื่องซูเปอร์ฮีโร่มาเล่น หรือเรื่อง Signs ก็เอาประเด็นความกลัวและศรัทธาคนมาตั้งคำถาม เรื่อง The Village ก็สะท้อนภาพคนที่อยากปกป้องลูกหลาน ด้วยอดีต แม้แต่ Lady in the Water ก็ยังจับเอาประเด็นการเล่าเรื่องแบบเอเซียและฝรั่งมาวิพากษ์อย่างน่าสนใจ

The Happening
Signs (2002)
The Happening
The Village (2004)
The Happening
Unbreakable (2000)

ปัญหาใหญ่ของตามาโนชคือ บางที เขาก็เล่าเรื่องออกมาได้ไม่ถูกปากคนดู ทีนี้พอเรื่องไม่น่าติดตาม สารแกจะดีแค่ไหนคนก็ไม่สนแล้วครับ และ อีกหนึ่งปัญหาก็มาจากเรานี่แหละที่ไปหวังกับแกมากเกินไป ผมเลยขอกระซิบว่าการดูThe Happening ให้ออกรสต้องอย่าไปคาดหวังอะไร โดยเฉพาะความหักมุม แต่ชอบและอยากแนะนำให้ลองไปดูกัน

The Happening
ผู้กำกับมาโนชของเรา M. Night Shyamalan

ตัวอย่างหนังออกมานับว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นจู่ ๆ คนก็ล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุ วิธีการตายก็สยองสารพัดวิธี เริ่มจากนิวยอร์ก ลามไปฟิลาเดลเฟีย บอสตัน และแถบฝั่งตะวันออกของอเมริกาทั้งหมด ตัวเอกคือครูหนุ่มเอลเลียต มัวร์ (Mark Wahlberg) ที่พาภรรยา (Zooey Deschanel) กับเจส (Ashlyn Sanchez) ลูกสาวของเพื่อนซี้หนีไปยังเมืองอื่น แต่แล้วปรากฏการณ์สยองนี้ก็แผ่ซ่านไปทั่วทุกพื้นที่ที่พวกเขาย่างกรายเข้าไป

ต้องบอกว่า มาแนวทางเดียวกับเรื่อง Signs เลยยยย ประเภทสยองกินบรรยากาศเงียบ ๆ ซึ่งถ้าว่ากันในส่วนของการเล่าเรื่อง ถือว่าใช้ได้เลย น่ากลัว ชวนผวา รู้สึกว่าโลกในหนังมันค่อย ๆ หมดหวังขึ้นเรื่อย ๆ คนก็ทยอยล้มตายอย่างสยดสยอง มีครบครับทั้งสยองแบบแหวะและสยองเชิงอารมณ์ อย่างที่บอกครับว่ามาทางเดียวกับ Signs จริงๆ จนคิดว่าหลายคนที่ชอบ Signsก็น่าจะโอเคกับเรื่องนี้ (แต่ก็คงมีที่ไม่ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน)

อันที่จริงหนังก็เป็นแนวภัยพิบัติชนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้มาจากดาวหางหรือพายุถล่ม มันมาจากภัยชนิดใหม่ (เป็นอะไรต้องไปดูเอง) ซึ่งอยู่ที่คุณด้วยล่ะ ว่าจะเปิดใจเชื่อมันมากแค่ไหน บอกตามตรงว่า ยังอดผวาไม่ได้ เพราะไม่แน่ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และภัยตัวนี้ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการทำลายธรรมชาติของมนุษย์เรานี่แหละ ดังนั้นสารของพี่มาโนชประจำเรื่องนี้คือบอกเราดัง ๆ ว่ายิ่งเราทำลายโลกมันก็ยิ่งอันตรายเท่ากับเราทำลายชีวิตพวกเราเองนั่นแหละ ควรจะรีบหันมารักษาโลก ดูแลธรรมชาติกันดีกว่า ก่อนจะสายเกินไปกว่านี้ เพราะโลกจริง ๆ ของเราตอนนี้ก็เสียวไส้กันแล้ว เกิดภัยธรรมชาติรายวัย โลกก็ร้อนขึ้น ใครจะรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นอีกต่อไป

ทางเมืองนอกเห็นว่าก็ไม่ค่อยชอบหนังเรื่องนี้เท่าไร รุมสับพี่มาโนชตามเคย เพราะคนดูไม่ค่อยเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นได้จริง ก็คงต้องแล้วแต่ความคิด ความเชื่อและความชอบกัน ถ้าไม่ปลื้มพี่มาโนชก็คงเฉย ๆ แต่ถ้าถูกคอหนังแกก็น่าลองดู ส่วนตัว ถือว่าหนังเรื่องนี้สยดสยอง พองขนตามสไตล์ตามาโนชเช่นเคย ทำให้ “เจ้าตัวการที่ทำให้คนตาย” กลายเป็นของชวนสยองขวัญได้ ขนาดทุ่งโล่งๆ ยังดูน่าสะพรึงขึ้นมาได้น่ะครับ นับถือพี่แกจริงๆ

แต่ถ้าหวังอะไรแบบแหวะ ๆ ตัวบ้า ๆ มาไล่ฉีกเนื้อคนหรือชอบเอฟเฟกต์เยอะ ๆ ผ่านเลยครับ ไม่มีแน่นอน หนังมีแค่ภาพทุ่งนาและต้นไม้ใบหญ้าเท่านั้นเอง Mark Walhberg ก็สุดยอดครับ แสดงได้ดีจริงๆ อีกคนก็ John Leguizamo ในบทจูเลี่ยน เพื่อนของเอลเลียต ถือว่าชอบเป็นการส่วนตัว

ตัวหนังไม่ได้เป็นที่ชื่นชมของใครต่อใคร อันที่จริงต้องบอกว่าคนส่วนใหญ่ไม่ชอบหนังเรื่องนี้เลย ซึ่งผมก็ยอมรับในความจริงข้อนั้น ในขณะที่ผมนั้นอาจจะถูกจริตกับหนังพอดี ชอบหนังสไตล์นี้ก็เลยรู้สึกชอบในบรรยากาศสยองที่หนังทำไว้

ในขณะที่หลายท่านอาจมองว่าความสยองที่ตามาโนชพยายามทำไว้ในหนังเรื่องนี้ ช่างเป็นอะไรที่น่าเบื่อ หรือไม่น่าสนใจเอาเสียเลย ซึ่งนี่เป็นเรื่องของความชอบเฉพาะบุคคลครับ และผมก็เคารพในแง่นั้น ดังนั้นใครชอบก็ชอบ ใครไม่ชอบก็ไม่ชอบ เป็นเรื่องปกติ ผมเข้าใจดี และเราไม่มีความจำเป็นต้องเถียงกันในเรื่องนี้อีก

ถ้าถามว่ามีอะไรดีในหนัง The Happeningที่เป็นจริงในชีวิตจริง ก็ตอบได้เลยครับว่าเห็น “คนตายด้วยความประมาทกันมากขึ้น” มองบ้านเราได้ครับ ทุกวันนี้คนเราประมาทกันมาก ขับรถเร็ว ทำอะไรเร็ว มีเรื่องทะเลาะต่อยตีกันเร็ว พฤติกรรมของคนส่วนใหญ่เสี่ยงต่อความตายมากขึ้น (ทั้งทำให้ตัวเองตายและทำให้คนอื่นตาย) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กันคือ “ทุกคนยังคงใช้ชีวิตไปตามปกติิ ไม่มีใครคิดจะสังเกตปรากฏการณ์พวกนี้เลย” อย่างมากก็แค่บ่นแป๊บๆ ตอนเห็นข่าว เม้าท์นิดๆ ในเฟซหรือไลน์ แล้วก็ปล่อยมันไป

ในหนัง  ไม่มีคำอธิบายว่าทำไมจู่ ๆ คนถึงลุกขึ้นมาฆ่าตัวตายกัน หรือทำให้ตัวเองตายโดยไม่ป้องกันชีวิตตน หากมองในแง่ทฤษฏีที่หนังพยายามบอกในตอนท้ายก็คือ ต้นไม้อาจผลิตสารอะไรบางอย่าง ที่ยับยั้งความสามารถหรือสัญชาตญาณในการปกป้องชีวิตตนแล้วก็กระตุ้นให้คนทำกิจกรรมที่ส่งผลถึงชีวิต ซึ่งอาจเกิดจากประชากรโลกเยอะเกิน จนธรรมชาติต้องมีกลไกในการควบคุมประชากร อันเป็นการควบคุมสมดุลย์โลก โดยหนังเทียบประเด็นนี้กับกรณีที่สาหร่ายบางชนิดจะผลิตสารออกมาทำให้ปลาตายเมื่อมีจำนวนปลาเยอะเกินไป

ต้องบอกว่า ตามาโนชทำการบ้านมาดีพอสมควร ไม่ถึงกับดีมาก โดยเฉพาะด้านบทที่ดูเหมือนกับว่า เขากลั่นกรองออกมาได้เข้มถึงใจ โดยเฉพาะประเด็นธรรมชาติที่ฟังแล้วดูให้ความรู้ได้ไม่น้อย ซึ่งจะว่าไปตัวหนังนี้คล้ายๆ กับ หนังสารคดีโลกร้อนและมลภาวะต่อโลกอย่าง The Inconvinient Truth และ 11 Hours แต่อันนั้นเป็นแค่ทฤษฏี แต่เรื่องนี้เป็นเหมือนภาคปฏิบัติที่ให้เห็นกันจะ ๆ มากกว่า

สรุป

The Happening (2008) เดอะ แฮปเพนนิ่ง วิบัติการณ์สยองโลก เป็นหนังระทึกขวัญ ลึกลับ ที่มีทั้งคนชอบ และ เกลียด ในนเวลาเดียวกัน ซึ่งไม่ได้รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ว่าทำไมคนที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วเสียงแตก ส่วนตัวผมเองอยู่ในฝั่งที่ชอบแม้อาจจะไม่ถึงกับประทับใจ แต่ก็ถูกใจในความลึกลับ คลุมเครือของหนัง ที่เราไม่สามารถเข้าใจทุกอย่างชัดเจนเหมือนกับธรรมชาตินั่นแหละ

กลับไปหน้าแรก

ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก ufa168