Kathryn Bigelow

Kathryn Bigelow

Kathryn Bigelow ผู้กำกับหญิงรุ่นบุกเบิก

Kathryn Bigelow(แคทริน บิเกโลว์) ผู้กำกับสาวชาวอเมริกัน ผู้อำนวยการสร้างและนักเขียนบท ได้รับรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมสาขา Feature Film จากสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์แห่งอเมริกา(DGA) ในปี 2009 จากภาพยนตร์เรื่อง The Hurt Locker(หน่วยระห่ำปลดล็อกระเบิดโลก)

และเป็นผู้กำกับหญิงคนแรก ที่ได้รับรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากออสการ์(Academy Award) ในปีเดียวกัน แคทรินเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากออสการ์ และรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากแบฟตา(BAFTA) โดยสถาบันศิลปะภาพยนตร์และโทรทัศน์บริติช แคทริน บิเกโลว์ เป็นบุคคลสาธารณะที่มีความโดดเด่นและทรงอิทธิพล ใน “100 บุคคลทรงอิทธิพลของโลก” โดยนิตยสารไทม์ ประจำปี 2010

ประวัติและความเป็นมา Kathryn Bigelow

Kathryn Bigelow
Kathryn Bigelow
จากภาพยนตร์เรื่อง Hurt Locker
Kathryn Bigelow
Kathryn Bigelow

ในช่วงตลอดของงานประกาศ Academy Awards 92 ครั้ง ตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อปี 1929 กลับมีชื่อของผู้เข้าชิงสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมเพียง 5 คน และมีเพียงหนึ่งเดียวที่คว้ารางวัลกลับบ้านเท่านั้น โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้ ลินา เวิร์ตมูลเลอร์ (1977), เจน แคมเปียน (1994), โซเฟีย คอปโปลา (2004), แคธรีน บิเกโลว์ (2010) และเกรตา เกอร์วิก (2018) ที่กลายเป็นอีกหนึ่ง Snub ของงานออสการ์ปี 2020 นี้ที่เธอไม่ได้เข้าชิงสาขาดังกล่าวจากภาพยนตร์เรื่อง Little Women

Kathryn Bigelow
ภาพจากหนังเรื่อง ลิตเติ้ล วูแมน

แคทริน ได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในสาขาทางด้านภาพยนตร์ ซึ่งเธอศึกษาทฤษฎีและการวิจารณ์ของภาพยนตร์ และสำเร็จการศึกษาปริญญาโท โดยมีอาจารย์คือ วีโต แอคคอนซี นักทฤษฎีการวิจารณ์วรรณกรรม Sylvère Lotringer, อาจารย์/นักเขียน/ผู้สร้างภาพยนตร์ Susan Sontag, นักวิจารณ์ภาพยนตร์ Andrew Sarris และศาตราจารย์ Edward W. Said ให้การสนับสนุน และเธอได้ร่วมงานกับอาจารย์และศิลปิน Lawrence Weiner

ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกศิลปะเชิงแนวคิด ในกลุ่มรณรงค์ศิลปะและภาษา นอกจากนั้นแคทรินยังได้เป็นอาจารย์ที่สถาบันศิลปะแห่งแคลิฟอร์เนีย หรือ CalArts ในขณะที่ทำงานกับกลุ่มศิลปะและภาษา แคทรินก็ได้เริ่มทำงานภาพยนตร์สั้นเรื่อง The Set-Up (1978) ซึ่งได้รับการชื่นชมจากอาจารย์และผู้กำกับ Milos Forman จากนั้นแคทรินก็สอนในมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และได้ใช้ภาพยนตร์สั้น The Set-Up เป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษาปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (MFA) จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย

ผลงาน Kathryn Bigelow

มาดูในส่วนของผลงานของเธอกันบ้าง เธอเคยกำกับภาพยนตร์เรื่อง
The Loveless (1982)
Near Dark (1987)
Blue Steel (1990)
Point Break (1991)
Strange Days (1995)
The Weight of Water (2000)
K-19: The Widowmaker (2002)
The Hurt Locker (2008)

เราจะขอยกบางเรื่องมาพูด ที่เป็นผลงานที่ทำให้หลาย ๆ คนได้รู้จักกับเธอคนนี้

Point Break (1991)

Kathryn Bigelow

ผลงานแจ้งเกิดของผู้กำกับหญิงคนนี้ ที่อำนวยการสร้างโดย James Cameron กับเรื่องราวของเจ้าหน้าที่พิเศษเอฟบีไอ จอห์นนี ยูทาห์ (Keanu Reeves) และคู่หูอย่าง แอนเจโล แปปปาส (Gary Busey) ที่สืบสวนคดีการปล้นของกลุ่มโจรที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม เอ็กซ์-เพรซิเดนต์ส จุดเด่นของอาชญากรกลุ่มนี้คือพวกเขาจะสวมหน้ากากรูปอดีตประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน,ริชาร์ด นิกซัน, จิมมี คาร์เตอร์ และลินดอน จอห์นสัน ขณะทำการปล้น แอนเจโลสันนิษฐานว่ากลุ่ม เอ็กซ์-เพรซิเดนต์ส เป็นพวกนักเล่นกระดานโต้คลื่น และปัญหาในการทำงานชิ้นนี้ก็คือจอห์นนีเล่นกระดานโต้คลื่นไม่เป็น

Kathryn Bigelow
Kathryn Bigelow

นอกจากนี้ทั้ง 2 คนยังถูกเจ้าหน้าที่ เบน ฮาร์ป (John C. McGinley) คอยกดดัน และแทรกแซงการทำงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้ยิ่งยากมากขึ้น ต่อการทำภารกิจ ยังดีที่พวกเขาได้รับความช่วยเหนือจากสาวนักเล่นกระดานโต้คลื่น ไทเลอร์ (Lori Petty) ซึ่งเธอทำให้ จอห์นนี่ ได้พบกับนักเล่นกระดานโต้คลื่นในท้องถิ่นอย่าง โบดี้ (Patrick Swayze) และพวกพ้องของเขา จอห์นนี่ เริ่มสนิทสนมกับโบดี้แต่แล้วความสัมพันธ์ของพวกเขาก็มีอันสะดุด เมื่อ จอห์นนี่ เริ่มสงสัยว่าโบดีกับเพื่อน ๆ อาจเป็น พวกกลุ่มเอ็กซ์-เพรซิเดนต์ส


Zero Dark Thirty (2013)

Kathryn Bigelow

หนังที่สร้างมาจากเรื่องจริงที่ว่าด้วย การไล่ล่าตัวอาชญากรเบอร์ 1 อย่าง โอซามา บิน ลาเดน ที่กลายเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสนใจ ณ ขณะนั้น และมันก็เป็นภารกิจสำคัญในนโยบายการบริหารประเทศของประธานาธิบดี บารัค โอบามา

เป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษที่ตามล่าตัวของ บิน ลาเดน แต่ท้ายที่สุด ทีมเจ้าหน้าที่ CIA ทีมเล็ก ๆ ที่มีความสามารถและชาญฉลาด ก็เป็นผู้ที่ตามรอยเขาจนพบ ทุกแง่มุมในภารกิจนี้ถูกเก็บงำไว้เป็นความลับ แม้ว่าจะมีการเผยแพร่รายละเอียดบางอย่างต่อสาธารณ และส่วนที่สำคัญที่สุดมากมายของปฏิบัติการลับครั้งนี้ ซึ่งรวมถึงบทบาทสำคัญของทีม CIA


The Hurt Locker (2010)

นำเสนอมุมมองการทำงานของหน่วยเก็บกู้ระเบิด ในแบบที่เสี่ยงตายทุกขณะ และเป็นผลงานชิ้นเอกของ แคธที่ทำให้ให้เธอได้รางวัลออสการ์ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครองอีกด้วย ภาพยนตร์ต้นทุนต่ำเนื้อหากินใจสะท้อนมุมมองผ่านชีวิตทหารในสงครามว่าด้วยเรื่องของทีมกู้ระเบิดของกองทัพสหรัฐที่ทำหน้าที่ในอิรัก

ที่ต้องต่อสู้กับความตึงเครียดในการทำงานที่แข่งกับเวลา ต้องเผชิญกับแรงกดดันกับภารกิจกู้ระเบิดทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง วิลเลียม เจมส์ รับบทโดย (Jeremy Renner) เจ้าหน้าที่ทีมกู้ระเบิด ที่ตัวเขาเอง ต้องเป็นผู้ถอดชนวนระเบิดทุกครั้งที่มีรายงานเข้ามา เขาจะต้องเข้าไปเก็บกู้หรือถอดชนวนระเบิดในหลากสถานการณ์และหลายพื้นที่ อาจจะเป็นทั้งโชคและฝีมือที่ทำให้เขารอดชีวิตมาได้ อำนาจทำลายล้างของระเบิดแต่ละลูกกินพื้นที่ไกล และรุนแรงเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ ที่มันจะสร้างความเสียหายให้กับใครในสงครามอ่าวที่ยืดเยื้อและยาวนาน

และส่วนตัวนะ ต้องยอมรับเลยว่าหนังเรื่องนี้ คือหนังที่ดี ที่สนุกเรื่องหนึ่งเลย โดยเฉพาะหนังสงครามในแถบตะวันออกกลาง การเรื่องเล่าเรื่องทำได้ดี ไม่ติดอะไร การแนะนำตัวละครที่ไม่ต้องมากความ

สรุป

เป็นยังไงกันบ้างครับกับหญิงแกร่งอย่าง Kathryn Bigelow ที่ต้องบอกเลยว่าความสามารถอย่างเธอคือผู้ชายยังอาย และต้องบอกเลยว่าหนังของเธอไม่แพ้ใครเลย

กลับไปหน้าแรก

ขอขอบคุณ บทความดีๆ จาก ufa168

เครดิต https://ufabets5.com/ufa168/