David Fincher

David Fincher

David Fincher คือใครกันนะ ?

David Fincher (เดวิด ฟินเชอร์) เกิด: 28 สิงหาคม ค.ศ. 1962 ที่เดนเวอร์ รัฐโคโลราโด เริ่มต้นงานในแวดวงภาพยนตร์ด้วยการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับภาพจากภาพยนตร์ไตรภาคชุด Star Wars ในตอน Return of the Jedi ในปี ค.ศ. 1983 ขณะอายุได้ 19 ปี และเป็นผู้กำกับมิวสิกวิดีโอให้กับมาดอนนา

David Fincher เริ่มงานการกำกับการแสดงเป็นเรื่องแรกในปี 1992 จากภาพยนตร์เรื่อง Alien 3 ในปี 1995 เขากำกับการแสดงภาพยนตร์เรื่อง Se7ven ซึ่งเป็นภาพยนตร์ดราม่าอาชญากรรมของสองนักสืบ (แสดงโดย แบรด พิตต์ และ มอร์แกน ฟรีแมน) ที่สืบหาฆาตกรต่อเนื่อง ที่มีเงื่อนงำการฆ่ามาจากบาปทั้งเจ็ด หนังทำรายได้มากกว่า 325 ล้านเหรียญทั่วโลก และหลักความคิดชื่อเรื่องและฉากของเรื่องเป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ต่อมา

วันนี้ เราจะพามาดูว่าหนังที่เดฟกำกับนั้นมีอะไรบ้าง แล้วจะมีเรื่องไหนที่ทำให้คุณ ๆ นั้นสนใจกันบ้าง

ผลงานของ David Fincher

Alien 3 (1992)

หนังในตำนานอีก 1 เรื่อง เป็นเรื่องราวต่อจากภาคก่อน ที่นางเอกของเรื่อง Ripley ได้หนีจากเอเลี่ยนได้อีกครั้ง แล้วก็อยู่ในภาวะ Hyper Sleep อีกครั้ง จนยานได้ตกลงบนดาวนิคมอุตสาหกรรมที่ทางบริษัท Weyland Industries ที่ได้เอานักโทษมาใช้แรงงาน

David Fincher

เมื่อยานตกลงมายังดาวดวงนี้ สาเหตุที่ทำให้อยู่ ๆ ยานตกนั้นเป็นที่น่าสงสัย เด็กสาวที่รอดจากภาคก่อนตายทันที เมื่อ Ripley ตกลงมายังดาวที่มีนักโทษชาวที่ไม่พบเจอกับผู้หญิงมาแสนนานงานนี้คงลำบาก หน่อย แล้วยังต้องมาเจอเจ้าเอเลี่ยนที่ตามหลอนริปลีย์มาตลอด อีกทั้งดาวดวงนี้เป็นดาวที่มีแต่นักโทษอยู่ 25 คนเท่านั้นไม่มีอาวุธหนักหรือปืนเลยมีเพียงมีดและขวานสุดท้ายแล้ว เหล่านักโทษชายและริป จะจัดการเจ้าเอเลี่ยนอย่างไรต้องติดตามชมกันใน


Fight Club (1999)

David Fincher

คือหนังที่ผู้เขียนยกให้เป็น 1 ใน 2 เรื่องที่ชอบที่สุด นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ดู และจะชวนเพื่อน ๆ มาพูดคุยกันถึง กฎข้อที่หนึ่งคือห้ามพูดถึง Fight Club ความดิบ เถื่อน เท่ห์ เดือด จนอยากลุกขึ้นมาชกหน้าใครสักคน การรวมกลุ่มบำบัดที่ทำให้เราอยากร้องไห้ การทำระเบิดจากสบู่ และการเฉลยตอนจบสุดพีค ที่หยิบประเด็นที่หนังพยายามวิพากษ์วิจารณ์การต่อต้านระบบทุนนิยม และวัตถุนิยมได้อย่างน่าสนใจ

David Fincher

ใครที่ไม่เคยดูไฟท์คลับมาก่อน หรังพูดถึงชายหนุ่มนิรนาม (รับบทโดย เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน) พนักงานออฟฟิศชนชั้นกลาง ที่รู้สึกว่าชีวิตตัวเองแสนน่าเบื่อ ต้องทำงานซ้ำ ๆ ไร้ความท้าทาย ทุกคนถูก ถ่ายเอกสาร ออกมาจากต้นแบบเดียวกัน

David Fincher

กลายเป็น มนุษย์ก๊อบปี้ออกมาเหมือน ๆ กัน จำนวนมากที่มีความฝันคล้าย ๆ กัน ทำอาชีพคล้ายกัน แต่งกายและใช้สิ่งของที่ออกมาจากโรงงานเดียวกัน ถูกตีกรอบบางอย่าง บังคับให้เราต้องเป็นหรือต้องมีเหมือนคนอื่น ๆ และรู้สึกโศกเศร้าเมื่อสูญเสีย ทั้งที่ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าความสูญเสียคือสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอ

ความรู้สึกหลังดูจบ เราก็อยากจะยกให้ FightClub เป็น 1 ในหนัง ในดวงใจไปเลยก็ว่าได้ หรือเปล่า?

The Curious Case of Benjamin Button (2009)

David Fincher

เป็นหนัง 2 ชั่วโมง 30 นาทีที่เราดูแล้วไม่นึกเสียดายอะไรเลย กับพล็อตหนังสุดล้ำ ที่ไทมไลน์ชีวิต เดินสวนทางกันกับคนทั้งโลก เรื่องราวของเด็กทารกที่เกิดมาพร้อมกับหน้าตาเหมือนคนแก่อายุ 80 ด้วยความที่เขานั้นมีผิวหนังที่เหี่ยวย่นเหมือนคนแก่ และสุขภาพที่เหมือนคนแก่ตั้งแต่เกิด เเละต้องเติบโตมาเเบบสวนทางกับคนอื่น(แค่ฟังก็น่าสนใจแล้วใช่ไหม) อายุกับร่างกายทางกายภาพนั้นถือว่าสวนทางกัน คนอื่นเป็นเด็กน้อย ส่วนเบนจามินเป็นคนเเก่ ช่วงชีวิตเดียวที่เขาจะกลายเป็นคนหนุ่มสาวเท่ากันกับคนปกติ คือช่วงวัยผู้ใหญ่ 30-40 ปีเฉลี่ยตามอายุขัยของคนทั่วไป ถือว่าเป็นพล็อตเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว แต่เนื้อหาโดยย่อของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรนั้น ไปดูกันเลย

David Fincher

เป็นหนังที่สมควรต้องได้รับคำชมเป็นอย่างมาก ตัวละครทุกตัวมีบทบาท ที่ทำให้คนดูจดจำ ไม่ว่าตลอดการดำเนินเรื่องจะไปทางไหน ไม่ว่าจะเป็นตัวละครเล็กน้อยเเค่ไหนก็ตาม ส่วนการดำเนินเรื่องเเบบไดอะรี่น่าติดตามมาก ฉาก การลำดับภาพ สีภาพ เครื่องเเต่งกาย การเเต่งหน้า ทุกอย่างลงตัวไปหมดครับ มันดีไปทุกอย่าง บทก็ยอดเยี่ยมมาก

Gone Girl (2014)

จัดว่าเป็นหนังดีอีก 1 เรื่องเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับใครที่ดูแล้วก็รบกวนช่วยตั้งชื่อไทยหนังเรื่องนี้หน่อยว่าจะยังไงดี อยู่ดีๆ เมียก็หาย, แสบสัน ซับซ้อน, ชายโฉด หญิงอำหิต หรือจะเรียกยังไงก็ช่าง แต่ต้องบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ดีจริง ๆ

เป็นหนังแนว Absurdist Thriller ที่สร้างจากนิยายชื่อดังของ Gillian Flynn ที่ตีพิมพ์ในปี 2012 และ ยังเขียนบทภาพยนตร์ด้วยตนเองอีกด้วย เรื่องนี้เต็มไปด้วยลูกล่อลูกชน การดำเนินเรื่องที่น่าสนใจ และเหตุการณ์หลายอย่างในเรื่องก็เหมือนพร้อมจะตลบหลังเราอยู่ตลอดเวลา

เนื้อเรื่องคือคู่รัก นิค (Ben Affleck) และ เอมี่ (Rosamund Pike) คู่สามีภรรยาที่ดูรักกันดี ดูเหมือนชีวิตของทั้งคู่ไม่มีปัญหาอะไร แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่ออยู่ ๆ เอมี่ ภรรยาของนิคหายตัวไปอย่างลึกลับ เมื่อตำรวจมือสืบสวนเข้ามาทำคดี สืบไปเรื่อย ๆ ก็พบความผิดปกติ โดยเฉพาะนิค ที่เป็นผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจจับตามองที่สุด แต่ทว่าจริง ๆ แล้ว นิคก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย แล้วเอมี่หายตัวไปได้อย่างไรล่ะ อยากให้ลองเข้าไปดูกันสำหรับเรื่องนี้

Panic Room (2002)

โลน้อย แต่เด็ด! นับว่าเป็นอีกเรื่องที่หยิบมาดูบ่อยมากสำหรับ “ห้องเช่านิรภัย” เรื่องนี้เกริ่นนำตัวละครที่ไม่เปลืองเวลาเลยยยย กับ อพาร์ตเมนต์ที่พึ่งมาอยู่ใหม่ก็ต้องมีกลุ่มโจรเข้ามาในคืนวันแรกที่อาศัย จะบอกว่าเป็นความซวยของเม็ก อัลต์แมน (Jodie Foster) กับ ซาร่าห์ อัลต์แมน (Kristen Stewart) สองแม่ลูกคงไม่ผิด เนื่องจากพวกเธออยู่ผิดที่ผิดเวลาผิดแผนของโจรที่ตั้งใจมาแบบเงียบๆไร้คนอาศัยที่อุตส่าห์คิดล่วงหน้าตามแผนของจูเนียร์ (Jared Leto) ที่ต้องการมาขโมยเงินที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้พร้อมกับผู้ช่วยอีกสองโจรคือราอูล (Dwight Yoakam) และเบิร์นแฮม (Forest Whitaker)

สรุป

David Fincher นับว่าเป็นอีก 1 ผู้กำกับที่มีทีเด็ดซ้อนไว้ ยอดเยี่ยมมาก ๆ บางเรื่องต้องยอมรับเลยว่าก็ไม่ได้รู้จักตั้งแต่แรก จนมาเปิดชื่อผู้กำกับถึงได้รู้ว่า อ่อออ คนนี้หรอกเหรอที่กำกับเรื่องนี้ เป็นยังไงกับบางครับ อยากจะบอกว่านี้ไม่ใช่ผลงานทั้งหมดของเขา แต่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

กลับไปหน้าแรก

ขอขอบคุณ บทความดี ๆ จาก ufabet.com

เครดิต >> https://ufabets5.com/