แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน (Harry Potter and the Prisoner of Azkaban) เป็นหนังสือเล่มที่สามในหนังสือชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งประพันธ์โดย เจ. เค. โรว์ลิ่ง และได้รับการตีพิมพ์และวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2542(1999) โดยสำนักพิมพ์บลูมส์บิวรี่ ฉบับภาษาไทยแปลโดย วลีพร หวังซื่อกุล จัดพิมพ์และจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ต่อมาในปีพ.ศ. 2547(2004) ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์โดยวอร์เนอร์ บราเธอร์สและออกฉายไปทั่วโลก

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน หนังสือเล่มนี้ ดำเนินเรื่องต่อจากภาคที่สองคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ โดยภาคนี้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกี่ยวกับตัวของแฮรี่รวมทั้งมีการแทรกเรื่องของความรักไมาด้วย และเจ.เค.โรว์ลิ่ง ยังได้นำตำนานความเชื่อของกรีกโบราณมาใช้ในการเขียนอีกด้วย

โครงเรื่อง

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน

แฮร์รี่ พอตเตอร์ ต้องใช้เวลาช่วงปิดภาคเรียนอยู่ที่บ้านเดอร์สลีย์ เช่นเดียวกับปีที่ผ่านๆ มา แต่วันนี้มีป้ามาร์จมาหา ป้ามาร์จเป็นพี่สาวของลุงเวอร์นอนมาเยี่ยมครอบครัวเดอร์สลีย์ และพูดจาถากถางดูถูกแฮร์รี่และพ่อแม่ แฮร์รี่โกรธ จนทำให้ป้ามาร์จตัวพองและลอยหายไป ทำให้เขาต้องหนีออกจากบ้าน เพราะทำผิดกฎหมาย ในข้อหาใช้เวทมนตร์ โดยอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ เขาออกมานอกบ้าน เขาเห็นสุนัขสีดำตัวใหญ่เฝ้ามองเขาอยู่

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน

แต่ทันใดนั้น รถเมล์อัศวินราตรีก็จอดตรงหน้าเค้า และพาเขาไปส่งที่ตรอกไดแอกอน ระหว่างที่เดินทาง แฮร์รี่เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ที่กล่าวถึงแบล็กว่าฆ่าคนถึงสิบสามคนด้วยคำสาปเดียว และเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนลอร์ด โวลเดอมอร์ แฮร์รี่ได้พบกับคอร์นีเลียส ฟัดจ์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ ซึ่งเขาคิดว่าตัวเองคงต้องถูกไล่ออกจากฮอกวอตส์แน่ ๆ เพราะทำผิดกฎหมาย แต่กลับกลายเป็นว่า ไม่มีใครสนใจเรื่องนั้นอีก ที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว แฮร์รี่ได้ยินคุณนายวีสลีย์พูดกันว่า น่าจะต้องเตือนเขาเกี่ยวกับแบล็กหรือไม่

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน

ในวันขึ้นรถไฟเขา เขาและเพื่อนๆนั่งห้องเดียวกันกับอาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ รีมัส ลูปิน โดยเขาพบกับผู้คุมวิญญาณ เขาช่วยขับไล่ผู้คุมวิญญาณให้ เมื่อแฮร์รี่เริ่มเรียนชั้นปีที่สาม ที่ฮอกวอตส์มีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เรื่องหนึ่งก็คือดูเหมือนว่าเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์มีวิชาเรียนทุกวิชา โดยบางวิชามีเวลาเรียนตรงกันด้วย ในคาบเรียนของศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ แฮร์รี่คุยกับศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ เธอก็ตกอยู่ในภวังค์และทำนายว่าผู้รับใช้จอมมารจะกลับมาหาเขาในคืนนั้น นอกจากนี้ก็มีอาจารย์ใหม่มาสอนสองท่าน คือศาสตราจารย์รีมัส เจ.ลูปิน ซึ่งสอนวิชาป้องกันศาสตร์มืด และรูเบอัส แฮกริด สอนวิชาสัตว์วิเศษ การสอนของลูปินสนุกสนานมากในขณะที่ของแฮกริดออกจะน่าเบื่อ ในชั้นเรียนวันแรก เดรโก มัลฟอย เข้าไปแหย่ตัวฮิปโปกริฟ(สัตว์ครึ่งม้าครึ่งนก) ชื่อบัคบีกที่แฮกริดนำมาสอน จึงถูกบัคบีกทำร้าย ทำให้ลูเซียส พ่อของมัลฟอยผู้มีอิทธิพลอย่างสูง ในกระทรวงและคณะผู้ปกครองของฮอกวอตส์ยื่นคำร้องให้ประหารบัคบีก

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน

ซีเรียส แบล็ก ยังคงลอยนวล ทำให้ทางกระทรวงต้องส่งผู้คุมวิญญาณ ที่เป็นผู้คุมนักโทษแห่งคุกอัซคาบัน มาคุ้มกันฮอกวอตส์ ผู้คุมวิญญาณทำให้ความสุขหมดสิ้น และแทนที่ด้วยความสิ้นหวังในทุกที่ที่มันไปถึง ซึ่งมีผลกระทบต่อแฮร์รี่เป็นอย่างมาก ตั้งแต่ที่เห็นมันเป็นครั้งตอนนั่งรถไฟไปฮอกวอตส์ เพราะผู้คุมวิญญาณโจมตีแฮร์รี่ และมันทำให้แฮร์รี่ถึงกับหมดสติไป แต่ศาสตราจารย์ลูปิน ผู้สอนคาถาผู้พิทักษ์ซึ่งสามารถไล่ผู้คุมวิญญาณไป ในวิชาของศาสตราจารย์ลูปิน แฮร์รี่ได้นึกถึงผู้คุมวิญญาณแต่ศาสตราจารย์ลูปินเข้ามาขวาง และเกิดเห็นภาพพระจันทร์ และในการแข่งขันควิดดิช มีผู้คุมวิญญาณมาเข้ามารุมแฮร์รี่ ทำให้เขาหมดสติและหล่นจากไม้กวาด ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ช่วยเขาไว้ได้ แต่ไม้กวาดของแฮร์รี่ ก็หลุดเข้าไปใกล้ต้นวิลโลว์จอมหวดและโดนหวดจนพังยับเยิน

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน

ก่อนคริสต์มาสจะมาถึง ฮอกส์วอตส์มีการพานักเรียนไปเที่ยวฮอกส์มี้ดแต่ต้องได้รับอนุญาตจากพ่อแม่แฮร์รี่เลยไม่ได้ไป ฝาแฝดวีสลีย์จึงมอบแผนที่ตัวกวนให้แฮร์รี่ มันเป็นแผนที่ของฮอกวอตส์ซึ่งแสดงชื่อของคนและสัตว์ทั้งหมดที่อยู่ภายในฮอกวอตส์ ไม่ว่าจะทำอะไร ทุกคนจะรู้ แฮร์รี่ใช้แผนที่นี้หาทางไปฮอกส์มี้ด แฮร์รี่ได้ฟังการสนทนาเกี่ยวกับแบล็กที่เขาสงสัย เพราะปรากฏว่าแบล็กเป็นเพื่อนรักของพ่อและแม่ของเขา และเป็นพ่อทูนหัวของเขา แต่กลับบอกที่ซ่อนครอบครัวพอตเตอร์จนลอร์ด โวลเดอมอร์ตามมาพบและเป็นผู้ฆ่าปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ เพื่อนอีกคนหนึ่ง รวมทั้งมักเกิ้ลที่เห็นเหตุการณ์อีกสิบสามคนด้วย

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน

เฮอร์ไมโอนีและรอน มีเรื่องขัดแย้งกัน เพราะครุกแชงส์ แมวของเฮอร์ไมโอนีชอบไล่จับสแคบเบอร์หนูของรอน ต่อมาแฮร์รี่ได้ขอให้ ลูปินสอนคาถาผู้พิทักษ์ก่อนเกมการแข่ง แฮร์รี่กับรอนโกรธเฮอร์ไมโอนีมาก แต่เมื่อได้ไม้กวาดคืนก็ได้คืนดีกัน แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายเมื่อรอนพบว่าสแคบเบอร์หายไป และมีเลือดกับขนแมวเปื้อนผ้าปูที่นอน แล้วเฮอร์ไมโอนีไม่เชื่อว่าแมวของเธอเป็นต้นเหตุ

**** การที่รอนเสนอตัวช่วยทำให้เธอดีใจจนเข้าไปกอดเขาและขอโทษเรื่องหนู เมื่อทั้งสามคนรู้ว่าบัคบีกต้องถูกสังหาร ก็พากันไปหาแฮกริดเพื่อปลอบใจ ระหว่างนั้นสแคบเบอร์โผล่ขึ้นมา และครุกแชงส์ไล่มันไปถึงต้นวิลโลว์จอมหวด ก็มีหมาใหญ่ก็กระโจนใส่รอนและลากเขากับสแคบเบอร์เข้าไปในโพรงแถวโคนต้นไม้ แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนีตามเข้าไปพบว่าเป็นอุโมงค์ไปโผล่ที่เพิงโหยหวน ที่นั่นเอง แฮร์รี่ได้เผชิญหน้ากับซิเรียส แบล็ก ซึ่งเป็นแอะนิเมจัส สามารถแปลงร่างเป็นสุนัขได้ ลูปินซึ่งเห็นชื่อของทุกคนในแผนที่ตัวกวนก็ตามมาและตรงเข้าสวมกอดแบล็กเพื่อนเก่า พร้อมทั้งยอมรับที่เฮอร์ไมโอนีบอกว่าเขาเป็นมนุษย์หมาป่า และเล่าว่าพวกเขาสี่คน ลูปิน แบล็ก เพ็ตติกรูว์ และเจมส์ พอตเตอร์เป็นผู้ทำแผนที่ตัวกวนขึ้นมาเอง

สองคนหลังก็เป็นแอะนิเมจัสเช่นกัน โดยแปลงร่างเป็นหนูและกวาง ตามลำดับ ลูปินและแบล็กอธิบายว่าสแคบเบอร์จริง ๆ แล้วก็คือปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ ซึ่งรับใช้ลอร์ดโวลเดอมอร์และทรยศครอบครัวพอตเตอร์ แล้วใส่ร้ายแบล็ก แฮร์รี่ยังสงสัยจนกระทั่งแบล็ก และ ลูปินจัดการให้เพ็ตติกรูว์คืนร่างเป็นคนได้ แบล็กเล่าว่าเขาพบว่าเพ็ตติกรูว์ยังมีชีวิตอยู่ จึงหนีออกจากคุกอัซคาบันเพื่อตามฆ่ามัน แบล็กและแฮร์รี่สนิทกันอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่แฮร์รี่รู้ความจริง ทุกคนกำลังมุ่งหน้ากลับปราสาท แต่พระจันทร์เต็มดวงขึ้นมาพอดี ทำให้ลูปินต้องกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่า และแบล็กกลายร่างเป็นหมาใหญ่เพื่อช่วยยับยั้งไม่ให้ลูปินทำอันตรายคน เพ็ตติกรูว์ก็ฉวยโอกาสหลบหนีไป ลูปินหนีไปได้ ส่วนแบล็กบาดเจ็บสาหัส และพวกผู้คุมวิญญาณ ก็จะเข้ามาจัดการ แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนีเห็นบุคคลลึกลับผู้หนึ่งอยู่ไกลๆ เสกคาถาผู้พิทักษ์ออกมาเป็นกวาง ขับไล่พวกผู้คุมวิญญาณไปจนหมด แฮร์รี่เชื่อว่าคนคนนั้นต้องเป็นพ่อของเขา เพราะจำได้ว่าพ่อแปลงเป็นกวางได้ จากนั้นแบล็กก็ถูกจับกลับไปที่ปราสาทซึ่งพวกผู้คุมวิญญาณเตรียมจุมพิตดูดวิญญาณไว้รอเขาแล้ว (การจุ่มพิษของผู้คุมวิญญาณ จะดูดวิญญานออกไปแต่ยังมีร่างอยู่ทำให้เหมือนตายทั้งเป็น)

ดัมเบิลดอร์ได้เข้ามาเยี่ยม 3 สหาย ทุกคนอธิบายให้ดับเบิลดอร์ฟังว่าซีเรียส แบล็ก เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ดับเบิลดอร์บอกว่าคงไม่มีไม่กี่คนที่เชื่อเด็กๆ แต่ก่อนที่จะไป ดัมเบิลดอร์ได้พูดเป็นนัยว่า สองชีวิตจะรอดในคืนนั้น หมุนแค่สามรอบ น่าจะใช้ได้ แฮร์รี่ไม่เข้าใจ แต่เฮอร์ไมโอนีจึงเผยความลับกับแฮร์รี่ว่าเธอมีนาฬิกาย้อนเวลา ซึ่งทำให้เข้าเรียนได้ทุกวิชา ทั้งสองพากันย้อนเวลากลับไปสามชั่วโมง และเฮอร์ไมโอนีและแฮร์รี่ ก็พยายามช่วยแฮกริดเรื่องบัคบีก เฝ้าดูพวกตัวเองจนถึงเวลาเหมาะ จึงเข้าไปปล่อยบัคบีก และกลับไปที่วิลโลว์จอมหวด

ขณะที่ผู้คุมวิญญาณกำลังจะจัดการแฮร์รี่ และแบล็ก (อีกไทม์ไลน์) แฮร์รี่ก็รอให้พ่อของเขาปรากฏตัว และแล้วเขาก็ตระหนักว่าบุคคลลึกลับผู้นั้นคือตัวเขาเอง จึงเสกคาถาผู้พิทักษ์ ออกมาขับไล่พวกผู้คุมวิญญาณไป จากนั้นทั้งคู่ก็ขโมยบัคบีค ออกมาจากหน้ากระท่อมของแฮกริด ทำให้บัคบีครอดตาย และ ขี่บัคบีกกลับไปปราสาท และให้แบล็กขี่บัคบีกหนีไป แล้วสองคนก็กลับมาที่เดิมทันเวลาพอดี แฮร์รี่ผิดหวังมากที่ไม่ได้ไปอยู่กับพ่อทูนหัวได้ แต่ก็รู้สึกดีที่รู้ว่าแบล็กปลอดภัย แถมยังถือโอกาสขู่ลุงเวอร์นอนได้ด้วยว่า หากแฮร์รี่ฟ้องว่าลุงใจร้ายกับเขา พ่อทูนหัวซึ่งเป็นฆาตกรโหด ย่อมไม่ลังเลที่จะลงมือจัดการลุงเวอร์นอนอย่างแน่นอน

จะเห็นได้ว่าการพัฒนาบทและตัวละครมีส่วนที่ต่างออกไป มีการเพิ่มความหลากหลายมากขึ้น เพิ่มดราม่า อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ดูขัดใจ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปตามแบบ ในทิศทางของหนังสือที่ เจ. เค. โรว์ลิ่ง ได้ประพันธ์เอาไว้โดยเหมือนถอดแบบมาเลย อาจจะไม่เปะ แต่ก็นับว่า น่าประทับใจอย่างยิ่ง

ฉากที่มีหัวย่อส่วนตัวตลก

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคา ถึงแม้จะมีบางประเด็นที่แตกต่างจากหนังสือบาง เช่น หัวย่อส่วนที่ในหนังสือไม่มีแต่ในภาพยนตร์มี ฉากในตู้ขบวนรถไฟเมื่อเจอผู้คุมวิญญาณ ที่ในหนังสือจะมีแฮร์รี่ รอน เฮอไมโอนี จินนี่ เนวิลล์ และ ศาสตราจารย์ลูปิน โดยศาสตราจารย์ลูปินตื่นขึ้นเพราะเสียงดังของเด็กๆ หรือ ฉากที่แฮร์รี่เซอร์ไพรส์รอนและเฮอร์ไมโอนีที่ฮอกส์มี้ด ในหนังสือบอกว่า แฮร์รี่เจอกับรอนและเฮอร์ไมโอนี่ที่ร้านฮันนี่ดุกส์

ซึ่งส่วนตัวไม่ติดอะไรนะ เพราะอย่างฉากที่มีหัวย่อส่วนก็ดูเป็นมุขตลกเล็ก ๆ ฉากรถไฟ ก็คงต้องในเป็นแบบนั้น เพราะถ้าในตัวละครทั้งหมดที่ว่ามาเข้าไปในตู้รถไฟเพียงตู้เดียว ก็คงจะได้ขี่คอกันแน่ ๆ หรือแม้แต่ฉาก ที่แฮร์รี่มาเซอร์ไพรส์ก็ตาม ส่วนตัวแล้ว ไม่ติดขัดกับฉากเหล่านี้ทั้งสิ้น

กลับไปหน้าแรก

ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก ufabet.com

เครดิต https://ufabets5.com/