สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ

สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ อีกหนึ่งผลงานสร้างสุดอลังการของผู้กำกับ: จอห์น วู เป็นภาพยนตร์จีนอิงประวัติศาสตร์ ออกฉายในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 เพื่อต้อนรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่จีนเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน สร้างจากวรรณคดีของจีนเรื่อง สามก๊ก ในตอน โจโฉ แตกทัพเรือ หรือ ศึกผาแดง อำนวยการสร้างและกำกับโดย จอห์น วู ภาพยนตร์เริ่มเปิดการถ่ายทำขึ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคม ค.ศ. 2007 ด้วยทุนสร้างกว่า 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งนับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ทุนสร้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์เอเชีย โดยแบ่งออกเป็น 2 ภาคใหญ่ ๆ ด้วยกันเฉพาะในเอเชีย (ในภาค 2 ฉาย 22 มกราคม พ.ศ. 2552) ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ส่วนประเทศอื่น ๆ จะฉายในตอนเดียวจบในระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง

สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ

ภาพยนตร์สามก๊กโจโฉแตกทับเรือ ปลุกกระแสความนิยมของเรื่องสามก๊กในเมืองไทยเป็นอย่างมาก พอๆกับช่วงที่สถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 นำซีรี่ย์เรื่องสามก๊ก 2010 มาฉายเลย

จาง เฟิงอี้ รับบท โจโฉ

สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ เป็นการเอาเรื่องราวช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์สามก๊กพงศาวดารจีน ที่เล่าถึงยุคปลายของราชวงศ์ฮั่น (ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 700 – 900 ) ที่แผ่นดินจีน แตกออกเป็น สามก๊ก นั่นคือ วุยก๊ก จ๊กก๊ก และ ง่อก๊ก ก่อนที่จะกลับมารวมเป็นอาณาจักรเดียวกันอีกครั้ง

เรื่องราวว่าด้วยการที่โจโฉเริ่มแผ่ขยายอำนาจ และได้บีบบังคับฮ่องเต้ให้ทรงประกาศศึกกับเล่าปี่และซุนกวน เป็นเหตุให้สองผู้นำแห่งกังตั๋งและจ๊กก๊ก พร้อมด้วยเหล่ากุนซือและขุนพล ต้องร่วมมือกันเพื่อเอาชนะกองพลเรือนล้านของทรราชแซ่โจ

ที่ถือว่าสนุก เข้มข้น และมีการชิงไหวชิงพริบมากที่สุด โดยจับเอาเรื่องราวตั้งแต่เหตุการณ์ที่ทัพของเล่าปี่ต้องถอยหนีทัพของโจโฉที่พยายาม ตีรุกไล่มา จนฮูหยิน และบุตรของเล่าปี่ถึงกับตกอยู่ในวงล้อมของทัพทหารโจโฉ จูล่งจึงต้องฝ่าเข้าไปช่วย และนำกลับออกมาได้เพียงอาเต๊า ผู้เป็นบุตรชายของเล่าปี่

สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ

หลังจากบุกตีจนทัพของเล่าปี่ถอยร่น โจโฉที่ต้องการรวมแผ่นดินจีนให้เป็นหนึ่ง จึงวางแผนที่จะรวบรวมแผ่นดินทางใต้ของประเทศด้วย และนี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในยามที่ทัพของเล่าปี่อ่อนล้าจากการสู้และถอยหนี และ “ซุนกวน” ผู้เป็นผู้นำของดินแดนทางใต้ ก็ดูจะไม่ใช่นักรบที่แกร่งเท่าไรนัก และโจโฉคิดว่าน่าจะเข้ามาสวามิภักดิ์มากกว่าจะต่อกรกับทัพอันยิ่งใหญ่ของโจโฉเสียมากกว่า

สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ
จาง เจิ้น รับบท ซุนกวน

แต่ในขณะเดียวกัน “ขงเบ้ง” กุนซือของเล่าปี่ อ่านหมากที่โจโฉวางเอาไว้ได้ จึงได้ไปพบกับแม่ทับซุนกวน เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ซุนกวนสู้กับโจโฉ ขงเบ้งเกลี้ยกล่อมซุนกวนสำเร็จโดยผ่านการสือสารกับทางจิวยี่ และร่วมวางแผนการศึกกับจิวยี่ “จิวยี่” เป็นแม่ทัพใหญ่ผู้มากความสามารถของ ซุกวน ที่มี “เสี่ยวเกี้ยว” นางในดวงใจของโจโฉเป็นภรรยา ซึ่งทำให้การศึกครั้งนี้มีนัยซ่อนเร้นเป็นศึกชิงนางของโจโฉ ที่ขนกำลังทหารนับล้าน พร้อมเรือสงครามนับหมื่นลำ บุกมายังตอนใต้ของจีนมาตั้งตระหง่านตรงข้ามกับผาแดง เพื่อที่จะจัดการกับทหาร และกองเรือไม่กี่หมื่นลำของทัพเล่าปี่ และซุนกวน ที่มีขงเบ้งและจิวยี่เป็นผู้บัญชาการ ในการที่จะเปิดฉากรบกับโจโฉ

สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ

ในจุดนี้มีฉากที่น่าประทับใจอยู่ฉากนึง นั้นคือฉากที่มีชายแก่คนนึงเข้ามาร้องเรียนกับแม่ทับจิวยี่ ว่าควายของเขาถูกชโมยไป และเห็นว่าเป็นทหารของแม่ทับจิวยี่ แต่ฉากนี้แสดงให้เห็นถึงพลังบางอย่างของการเป็นทหารและความสามัคคี

สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ

ต้องบอกว่าเนื้อเรื่องไม่ผิดแผกมากจนเกินไปจากต้นฉบับสามก๊ก แต่มีบางส่วนอาจมีการดัดแปลงเล็กน้อยเพื่อทำให้ตัวละครมีมิติมากขึ้น ทำให้เห็นคาแรคเตอร์โดดเด่นจนกระโดดข้ามความเป็นจริงกว่าต้นฉบับ แต่ก็ไม่เว่อวังอลังการ เหมือนเรื่องจูล่งที่ฉายก่อนหน้า ถ้าไม่ใช่คนที่ Sensitive ว่าต้องการความสมจริงมากๆ ก็คงไม่ติดอะไร

ฉาก

เป็นงานสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการ Red Clift ได้แสดงให้เห็นความเป็นศึกใหญ่ได้อย่างดี ตั้งแต่เครื่องแต่งกายและรายละเอียดสถานที่เหมือนจริงตามประวัติศาสตร์ ดูแล้วไม่ติดอะไร ฉากแอ็คชั่น และการต่อสู้ต่างๆ ก็ทำออกมาได้อย่างดี ดูสมจริง และพยายามหลีกเลี่ยงการต่อสู้ประเภทเหินฟ้า ตีลังกาต่างๆ นาๆ และหันไปเน้นความสมจริง ที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพละกำลังมากกว่าวิชากำลังภายในแทน และกับการเดินทัพจัดทัพต่างๆ ตลอดจนการให้เห็นภาพความยิ่งใหญ่อลังการของกองทัพ ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ของสามก๊ก ผู้กำกับวูก็ทำออกมาได้อย่างตื่นตา ตื่นใจ ภาพของกองพลโจโฉ เป็นหนึ่งในภาพที่อลังการและคุ้มค่าตั๋วมาก มันแสดงให้เห็นว่า ทำไมผู้นำสมัยนั้นถึงได้กลัวกองทัพโจโฉ และที่เราเคยอ่านว่าเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่คับฟ้านั้น มันใหญ่แค่ไหนกัน อีกภาพคือภาพของกองทัพง่อก๊ก ภายใต้การนำของแม่ทัพจิวยี่ ที่จะบอกเราให้เห็นว่า เหตุใดชาวกังตั๋งจึงรักจิวยี่ดุจลูกชาย และเหตุใดกองทัพกังตั๋งจึงได้รับการยกย่องในความมีระเบียบวินัย

สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ
กระบวนทัพ 8 ทิศ ฉากที่น่าประทับใจอีก 1 ฉาก

อีกอย่างที่อยากแนะนำให้จับตามองที่สุด คือคิวบู๊ของจอห์น วู คิวบู๊ของเหล่าขุนพลแต่ละคนนั้นสุดยอดจริงๆ ไม่แพ้ Mission impossible 2 เลย แค่ไปดูคิวบู๊ก็คุ้มแล้ว ที่เหลือคือกำไรคนดูอย่างเราๆ การต่อสู้บนหลังม้า การตีฝ่าวงล้อมข้าศึก ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่สามก๊กทุกเวอร์ชั่นเคยทำมา ใครที่ไปดูสามก๊กจูล่งมาแล้วรู้สึกนอยๆ รับรองว่าสามก๊กฉบับนี้ชดเขยให้ได้แน่นอน

ตัวละคร

อย่างที่กล่าวข้างต้นมา คาแรคเตอร์ของตัวละครจะผิด ไปจากต้นฉบับเล็กน้อย บางคนมีบทเด่นขึ้นจนเห็นได้ชัด บางคนมีฉากตลกเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด บางคนก็ถูกขับให้แสดงวีรกรรมเด่นๆแบบที่ต้นฉบับไม่มีเพื่อแสดงถึงความกล้าหาญ อย่างซุนฮูหยินนี่ จะแสดงให้เราเห็นว่า ที่เราเคยอ่านว่าเจ้าหล่อนเป็นผู้หญิงแก่นกระโหลกนั้นเป็นอย่างไร เสี่ยวเกี้ยวเหตุใดจึงเป็นที่รักของจิวยี่นัก กวนอูกล้าหาญ และ ซื่อสัตย์ขนาดไหน จูล่งเป็นยังไงถึงขนาดฝ่ากองทัพโจโฉได้ แต่สำหรับขงเบ้งและโลซก เตือนไว้ก่อนนะครับว่ามีติดอมยิ้มนิดๆ ซึ่งส่วนตัว แน่นอนว่าชอบ ขงเบ้งฉบับนี้ดูมีมิติจากฉบับอื่น และในขณะเดียวกันก็ดูฉลาดเป็นกรดมากๆ ส่วนจิวยี่ จะถูกถ่ายทอดออกมาในแง่ดีเป็นส่วนใหญ่ ถ้าดูแล้วจะไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดง่อก๊กจึงเข้มแข็งมากช่วงที่มีจิวยี่เป็นแม่ทัพบัญชาการ

นักแสดง

ดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน แต่หลายคนก็ติดที่ขงเบ้ง ที่รับบทโดย ทาเคชิ คาเนะชิโร่ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ในความไม่สมจริงกับบทขงเบ้ง ซึ่งก็แล้วแต่มุมมองหรือจริตของคนๆนั้น หน้าของทาเคชิ คาเนะชิโร่เขาก็ญี่ปุ่นไปนิด ทาเคชิเป็นลูกครึ่งไต้หวัน – ญี่ปุ่น โดยมารดาเป็นชาวไต้หวัน ส่วนบิดาเป็นชาวญี่ปุ่น แต่ในหนังเขาแสดงได้ดีและเนียนไปกับบทบาทชองขงเบ้ง ดูไปดูมา เขาเหมาะกับบทขงเบ้งอมยิ้มที่เป็นคนเจ้าความคิด และเป็นนักเจรจาต่อรองแบบนี้ ส่วนทางด้านเหลียงเฉาเหว่ย แน่นอนว่าชื่อนี้ การันตีการแสดงที่มากด้วยคุณภาพ ด้วยการถ่ายทอดบทจิวยี่ออกมาได้เหมาะสม จ้าวเหว่ย(องค์หญิงกํามะลอ พ.ศ. 2541 ใครทันนี่บอกเลยว่าอายุไม่น้อยแล้ว) จ้าวเหว่ย รับบท ซุนฮูหยิน จัดเป็นตัวขโมยซีนแบบสุดๆ นางน่ารักมากกก ออกมาเมื่อไรได้ยิ้มและเคลิ้มกับใบหน้าที่หวานราวน้ำตาลเรียกแม่ และเธอถ่ายทอดคาแรคเตอร์ซุนฮูหยินออกมาได้น่ารักและเป็นธรรมชาติมาก และ หลินจือหลิง รับบท เสี่ยวเกี้ยว ภรรยาชองจิวยี่ และยังเป็นนางในดวงใจของโจโฉ

เหลียง เฉาเหว่ย รับบท แม่ทับจิวยี่
จ้าวเหว่ย รับบท ซุนฮูหยิน
จ้าวเหว่ยรับบท องค์หญิงกํามะลอ พ.ศ. 2541
หลินจือหลิง รับบท เสี่ยวเกี้ยว นางในดวงใจของโจโฉ
ทาเคชิ คาเนะชิโร่ รับบท ขงเบ้ง

บทสรุป สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ

ตัวหนังทำออกมาได้ดี มีความอลังการ ความสมจริง นักแสดงแต่ล่ะคนเล่นดี ดูและไม่รู้สึกว่าเว่อร์จนเกินไป คิวบู๊ ไว้ใจจอห์น วู ได้เสมอจังหวะการเล่าเรื่องจอห์น วูเลือกที่จะให้เรื่องเป็นตัวพาคนดูเดินไปข้างหน้า ในแบบเดียวกับที่ หนังรบเรื่องอื่น ๆทำ ดังนั้นเหตุการณ์ทุกอย่างในเรื่องจึงไหลอย่างต่อเนื่อง และพอมารวมกับการนำเสนอที่ดูขึงขังด้วยแล้ว Red Clift ให้ความรู้สึกเหมือนเดินหน้าไปกับคนดูอยู่ตลอดเวลา ขณะที่การตัดจบของภาคแรกก็ทำได้อย่างลงตัว เพราะนอกจากจะทำให้ได้ความรู้สึกที่น่าติดตามต่อแล้ว ก็ยังเป็นจุดผ่อนความรู้สึกคนดูมาได้ในระดับหนึ่งพอดี

ขอขอบคุณบทความสาระรีวิว โดย ufabet.com